วันเสาร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2554

อย่าลืมคิดถึง

วันนี้รุ่ง พรุ่งนี้ร่วง ดวงไม่แน่

วันนี้แย่ พรุ่งนี้ยัง กลับดังได้

วันนี้ดัง พรุ่งนี้ดับ กลับเปลี่ยนไป

โปรดจำ ไว้ทุกชีวิต อนิจจัง

วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554

เลี้ยงรุ่นครั้งพิเศษ

เพื่อนๆสัตวแพทย์49 นัดหมายพบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2554 เพราะว่ามีคำสั่งกรมให้ร่วมประชุมสัมมนาข้าราชการโครงการ คนภูมิภาคกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิบัติราชการกรมปศุสัตว์ ประจำปีงบประมาณ 2554 มากันมากหลายทั้ง สสอ.5,6 เพื่อนอี๋ ชัยวัฒน์ ศรีทองอินทร์ก็นัดหมายกินเลี้ยงร่วมกัน จำนวนถึง 31 ตน ใครเป็นใครลองดูเอานะครับว่าเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง











วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554

ขอแสดงความเสียใจกับหมออดุลย์ สุขแสวง ครับ

ข่าวจากดวงจันทร์วันตุลา ใจจันทร์จริง
ขอ แสดงความเสียใจกับคุณหมออดุลย์ สุขแสวง ปศุสัตว์อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ที่ต้องสูญเสียคุณพ่ออันเป็นที่รักยิ่งไปในวันที่ 4 มีนาคม 2554
งานสวดอภิธรรมมีทุกคืนตั้งแต่วัน ที่ 4 - 7 มีนาคม 2554 ณ วัดพระนอนป่าเก็ตถี่ อ.สารภี จ.เชียงใหม่
และทำพิธีฌาปณกิจในวันอังคารที่ 8 มีนาคม 2554
สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ และ Vet'49 เชียงใหม่เป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรม คืนวันอาทิตย์ ที่ 6 มีนาคม 2554
ก็ขอเชิญชวน พี่ๆ น้องๆ เพื่อนสนิท มิตรสหาย ร่วมฟังสวดอภิธรรมตามที่แจ้งได้นะครับ

วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ขอแสดงความเสียใจกับชายน้อย


เมื่อวานนี้ ๑๔ กุมภาพันธุ์ ๒๕๕๔ รับทราบจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงรายว่า คุณแม่แสงแก้ว บุณยราศรัย แม่ของชายน้อยได้ถึงแก่กรรมด้วยอาการสงบที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ด้วยวัย ๘๑ ปี ในนามของเพื่อนสัตวแพทย์รุ่น ๔๙ เชียงใหม่ ขอแสดงความเสียใจกับชายน้อยที่ต้องสูญเสียคุณแม่อันเป็นที่รักไปครั้งนี้ ในวันวาเลนไทม์พอดี

งานสวดอภิธรรมมีทุกคืนตั้งแต่วันที่๑๔-๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ และทำพิธีฌาปณกิจในวันเสาร์ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ก็ขอเชิญชวนเพื่อนร่วมฟังสววดอภิธรรมตามที่แจ้งได้นะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

สามคูณแปดได้เท่าไหร่แน่

3 x 8 = ?????

เอี๋ยนหุยใฝ่ศึกษา มีคุณธรรมงดงาม เป็นศิษย์รักของขงจื้อ มีอยู่วันหนึ่ง เอี๋ยนหุยออกไปทำธุระที่ตลาด
เห็นผู้คนจำนวนมากห้อมล้อมอยู่ที่หน้าร้านขายผ้า
จึงเข้าไปสอบถามดู จึงรู้ว่าเกิดการพิพาทระหว่างคนขายผ้ากับลูกค้า
ได้ยินลุกค้าตะโกนเสียงดังโหวกเหวกว่า “3x8ได้ 23 ทำไมท่านถึงให้ข้าจ่าย24เหรียญล่ะ!
เอี๋ยนหุยจึงเดินเข้าไปที่ร้าน หลังจากทำความเคารพแล้ว ก็กล่าวว่า พี่ชาย 3x8 ได้ 24 จะเป็น 23ได้ยังไง?
พี่ชายคิดผิดแล้ว ไม่ต้องทะเลาะกันหรอก
คนซื้อผ้าไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ชี้หน้าเอี๋ยนหุยและกล่าวว่าใครให้เจ้าเข้ามายุ่ง! เจ้าอายุเท่าไหร่กัน!
จะตัดสินก็มีเพียงท่านขงจื้อเท่านั้น ผิดหรือถูกมีท่านผู้เดียวที่ข้าจะยอมรับ
ไป ไปหาท่านขงจื้อกัน
เอี่ยนหุยกล่าวว่า ก็ดี หากท่านขงจื้อบอกว่าท่านผิด ท่านจะทำอย่างไร?”
คนซื้อผ้ากล่าวว่าหากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมให้หัวหลุดจากบ่า! แล้วหากเจ้าผิดล่ะ?”
เอี๋ยนหุยกล่าวว่า หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมถูกปลดหมวก(ตำแหน่ง)
ทั้งสองจึงเกิดการเดิมพันขึ้น
เมื่อขงจื้อสอบถามจนเกิดความกระจ่าง ก็ยิ้มให้กับเอี๋ยนหุยและกล่าวว่า “3x8ได้ 23 ถูกต้องแล้วเอี๋ยนหุย
เธอแพ้แล้ว ถอดหมวกของเธอให้พี่ชายท่านนี้เสีย
เอี๋ยนหุย ไม่โต้แย้ง ยอมรับในการวินิจฉัยของท่านอาจารย์ จึงถอดหมวกที่สวมให้แก่ชายคนนั้
ชายผู้นั้นเมื่อได้รับหมวกก็ยิ้มสมหวังกลับไป
ต่อคำวินิจฉัยของขงจื้อ ต่อหน้าแม้เอี๋ยนหุยจะยอมรับ แต่ในใจกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น
เอี๋ยนหุยคิดว่าท่านอาจารย์ชรามากแล้ว ความคิดคงเลอะเลือน จึงไม่อยากอยู่ศึกษากับขงจื้ออีกต่อไป
พอรุ่งขึ้น เอี๋ยนหุยจึงเข้าไปขอลาอาจารย์กลับบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าที่บ้านเกิดเรื่องราว ต้องรีบกลับไปจัดการ
ขงจื้อรู้ว่าเอี๋ยนหุยคิดอะไรอยู่ ก็ไม่ได้สอบถามมากความ อนุญาตให้เอี๋ยนหุยกลับบ้านได้
ก่อนที่เอี๋ยนหุยจะออกเดินทาง ได้เข้าไปกราบลาขงจื้อ ขงจื้อกล่าวอวยพรและให้รีบกลับมาหากเสร็จกิจธุระแล้ว
พร้อมกันนั้ นก็ได้กำชับว่า อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง
เอี๋ยนหุยคำนับพร้อมกล่าวว่า ศิษย์จะจำใส่ใจแล้วลาอาจารย์ออกเดินทาง
เมื่อออกเดินทางไปได้ระยะหนึ่ง เกิดพายุลมแรงสายฟ้าแลบแปลบ เอี๋ยนหุยคิดว่าต้องเกิดพายุลมฝนเป็นแน่
จึงเร่งฝีเท้าเพื่อจะเข้าไปอาศัยอยู่ไต้ต้นไม้ใหญ่ แต่ก็ฉุกคิดถึงคำกำชับของท่านอาจารย์ที่ว่า
อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง
เราเองก็ติดตามท่านอาจารย์มาเป็นเวลานาน ลองเชื่ออาจารย์ดูอีกสักครั้ง คิดได้ดังนั้น จึงเดินออกจากต้นไม้ใหญ่
ในขณะที่เอี๋ยนหุยเดินไปได้ไม่ไกลนัก บัดดล สายฟ้าก็ผ่าต้นไม้ใหญ่นั้นล้มลงมาให้เห็นต่อหน้าต่อตา
เอี๋ยนหุยตะลึงพรึงเพริด
คำกล่าวของพระอาจารย์ประโยคแรกเป็นจริงแล้ว หรือตัวเราจะฆ่าใครโดยไม่รู้สาเหตุ?

เอี๋ยนหุยจึงรีบเดินทางกลับ กว่าจะถึงบ้านก็ดึกแล้ว แต่ไม่กล้าปลุกคนในบ้าน เลยใช้ดาบที่นำติดตัวมา
ค่อยๆเดาะดาลประตูห้องของภรรยา
เมื่อเอี๋ยนหุยคลำไปที่เตียงนอน ก็ต้องตกใจ ทำไมมีคนนอนอยู่บนเตียงสองคน!
เอี๋ยนหุยโมโหเป็นอย่างยิ่ง จึงหยิบดาบขึ้นมาหมายปลิดชีพผู้ที่นอนอยู่บนเตียง
เสียงกำชับของอาจารย์ก็ดังขึ้นมา อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง

เมื่อเขาจุดตะเกียง จึงได้เห็นว่า คนหนึ่งคือภรรยา อีกคนหนึ่งคือน้องสาวของเขาเอง
พอฟ้าส่าง เอี๋ยนหุยก็รีบกลับสำนัก
เมื่อพบหน้าขงจื้อจึงรีบคุกเข่ากราบอาจารย์และกล่าวว่า ท่านอาจารย์ คำกำชับของท่านได้ช่วยชีวิต
ของศิษย์ ภรรยาและน้องสาวไว้
ทำไมท่านจึงรู้เหมือนตาเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับศิษย์บ้าง?”
ขงจื้อพยุงเอี๋ยนหุยให้ลุกขึ้น และกล่าวว่าเมื่อวานอากาศไม่ค่อยสู้ดีนัก น่าจะมีฟ้าร้องฟ้าแลบเป็นแน่
จึงเตือนเธอว่า อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่
และเมื่อวาน เธอจากไปด้วยโทสะ แถมยังพกดาบติดตัวไปด้วย
อาจารย์จึ้งเ ตือนเธอว่า อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง
เอี๋ยนหุยโค้งคำนับท่านอาจารย์คาดการดังเทวดา ศิษย์รู้สึกเคารพเลื่อมใสท่านเหลือเกิน
ขงจื้อจึงตักเดือนเอี๋ยนหุยว่าอาจารย์ว่าที่เธอขอลากลับบ้านนั้นเป็นการโกหก ที่จริงแล้วเธอคิดว่า
อาจารย์แก่แล้ว ความคิดเลอะเลือน
ไม่อยากศึกษากับอาจารย์อีกแล้ว เธอลองคิดดูสิ อาจารย์บอกว่า 3x8ได้ 23 เธอแพ้ ก็เพียงแค่ถอดหมวก
หากอาจารย์บอกว่า 3x8ได้ 24 เขาแพ้ นั่นหมายถึงชีวิตของคนๆหนึ่ง เธอคิดว่าหมวกหรือชีวิตสำคัญล่ะ? ”


เอี๋ยนหุยกระจ่างในฉับพลัน คุกเข่าต่อหน้าขงจื้อ แล้วกล่าวว่าท่านอาจารย์เห็นคุณธรรมเป็นสำคัญ

โดยไม่เห็นแก่เรื่องถูกผิดเล็กๆน้อยๆ
ศิษย์คิดว่าอาจารย์แก่ชราจึงเลอะเลือน ศิษย์เสียใจเป็นที่สุด


จากนั้นเป็นต้นไป ไม่ว่าขงจื้อจะเดินทางไปยังแห่งหนตำบลใด เอี๋ยนหุยติดตามไม่เคยห่างกาย
จากตำนานเรื่องเล่านี้ ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงเพลงๆหนึ่งของอิวเค่อหลี่หลิน(นักร้องดูโอของไต้หวัน)
ที่ร้องว่า หากสูญเสียเธอไป ต่อให้เอาชนะทั้งโลกได้แล้วจะยังไง? เช่นกัน
บางครั้งคุณอาจเอาชนะคนอื่นด้วยเหตุผลของคุณ แต่อาจจะสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไป

เรื่องราวต่างๆ แบ่งเป็นหนักเบารีบช้า อย่าเป็นเพราะต้องการเอาชนะให้ได้ แล้วทำให้เสียใจไปตลอดชีวิต

เรื่องราวมากมายที่ไม่ควรทะเลาะกัน ถอยหนึ่งก้าวทะเลกว้างฟ้างาม

ทะเลาะกับลูกค้า ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ คุณก็จะรู้สึก)

ทะเลาะกับเถ้าแก่ ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ตรวจผลงานปลายปีมาถึง คุณก็จะรู้สึก)
ทะเลาะกับภรรยา ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เธอไม่สนใจคุณ คุณก็หากับข้าวกินเองละกัน)

ทะเลาะกับเพื่อน ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เคลียร์ไม่ได้ คุณอาจจะเสียเพื่อนไปเลย)

ใบชา เกิดสีสวยและกลิ่นหอมน่าลิ้มลองได้ ก็เพราะโดนน้ำร้อนลวก

ชีวิตของคนเราก็เช่นเดียวกัน เพราะเผชิญกับอุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่า
จึงเหลือไว้ซึ่งเรื่องราวเป็นตำนานให้ได้เล่าขานน่าตามติด

ผู้ที่รู้สำนึกคุณอยู่เสมอ จึงเป็นผู้มีวาสนามากที่สุด

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ขอแสดงความเสียใจกับคุณหมอพงศพัค ช่วยรอด ปศุสัตว์อำเภอแม่สรวย

ขอแสดงความเสียใจกับคุณหมอพงศพัค ช่วยรอด ปศุสัตว์อำเภอแม่สรวย ที่สูญเสียคุณพ่อที่รักยิ่งไปอย่างไม่มีวันกลับ
กำหนดสวดพระอภิธรรมศพ คุณพ่อชมด ช่วยรอด 28- มค- 5 กพ. 2554 เวลา 19.00 น. ณ วัดเขมาภิตาราม ศาลา 3 พระราชทานเพลิงศพ 6 กพ.2554 เวลา 17.00 น.

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

ขอแสดงความดีใจกับเพื่อนที่ได้เลื่อนระดับ

ดีใจโตยเน้อครับ สิริวุฒิ บางโพธิ์ทอง ปศุสัตว์อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร

จักริน ระวีศรี ปศุสัตว์อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา

ขอแสดงความยินดี..กับปศุสัตว์อำเภอทั้งสองท่านด้วยครับ
นายอำนาจ พุฒทองผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองชุมแสง อ.ชุมแสงจ.นครสวรรค์ 60120Tel,Fax.056-282160

วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554

ภาพแทนคำบรรยายจาก...สัตวแพทย์นพดล



เนื่องในวันทำบุญปีใหม่ขึ้นบ้านใหม่รวมญาติในคราวเดียวกันของเพื่อนเรา นพดลปศุสัตว์คนเก่งอำเภอพานครับ เพื่อนสัตวแพทย์๔๙ท่านใดๆผ่านไปอำเภอพาน เชียงราย แวะเยี่ยมทักทาย พักค้างได้เพราะตอนนี้ขยายบ้านใหญ่โตโอฬารมากรองรับเพื่อนได้ครบทั้งรุ่นที่เดียวครับ..อิอิ..

วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ส่งความสุข ปีใหม่ ๒๕๕๔ และคำขอบคุณจากเพื่อนเจ้าภาพลำพูน

ขอส่งความสุขปีใหม่ให้ผองเพื่อนสัตวแพทย์ ๔๙ และครอบครัว ทั่วแคว้นแดนไทย ตลอดจนเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย จงประสบแต่ความสุข สมหวังคิดสิ่งใดที่ด้วยชอบประกอบด้วยคุณธรรม ก็ขอให้ได้สมปราถณาดังใจตลอดปีใหม่และตลอดไปครับ

โจกดีปี่ใม่เน้อ (กำลังบ่ดีบอกเสริฐเน้อมีไวอากร้า ..ฮ่าฮ่า..)อายุมั่นขวัญยืน
หลับหื้อได้เงินหมื่นตื่นหื้อได้เงินแสน( แต่..สุรพล มักน้อยพอเพียงขอเป็น ปศต. ห้าพันปอละ....)คลาดแคล้วภัยอันตราย (เคลื่อนย้าย..ขออย่าเจอด่านตรวจเจอเอฟ ..อิอิ..ฟ้าเจ้าพ่อตลาดวัวแม่ลาว..)ขอหื้อบุญก้ำบุญจู (จะบ่ได้ย่างจ้าอย่างเปลี่ยว.) และเพื่อนลำพูนที่นำโดยอินทอน ไชยมาลา อาคม มโนชมพู ถาวร ไชยวังราษฏร์ และรวิกร สาคำ ขอขอบคุณน้ำใจเพื่อนเชียงรายที่ร่วมบริจาคช่วยกิจกรรมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เพื่อน บริจาคสิ่งของแก่เด็กๆที่โรงเรียนเรือนแพที่อุทยานก้อ จำนวน ๕๐๐๐ บาท เพื่อนเรารักมั่นอยู่ในไม่สำคัญเรายังผูกพันธ์ไม่เสื่อมคลาย
ม่วนแต้ๆเน้อ..สุขสันต์วันปี๋ใหม่ทุกๆท่านครับเพื่อน
นายอำนาจ พุฒทองผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลเมืองชุมแสง อ.ชุมแสงจ.นครสวรรค์ 60120Tel,Fax.056-282160
มีความสุขกั๋นแต๊ๆ..ผองเพื่อน
Form..Moon grass in my hearh..

วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553

การพบปะสังสรรค์ สัตวแพทย์๔๙ ประจำปี๒๕๕๓

สี่สิบเก้า ก้าวมา ในครานี้
อย่างเข้าปี ยี่สิบเจ็ด เด็ดหนักหนา
มาเลี้ยงรุ่น อุ่นไอรัก ประจักษ์มา
ล่องธารา สังสรรค์ หรรษาดี
ให้สนุก สุขสันต์ อย่างบรรเจิด
เป็นบ่อเกิด ความรัก ในศักดิ์ศรี
49 นั้นเรารัก สามัคคี
ขอยินดี มาร่วมงาน ทุกท่านเอย
เสียงนุ่มๆของพิธีกรมืออาชีพคุณหมออดุยล์ สุขแสวง กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ บนเรือนแพธารทิพย์ที่เราพากันมาร่วมสังสรรค์แบบส่วนตัวมากๆหลังจากเดินทางมาแสนไกลจากทุกทิศ หายเหนื่อยกับบรรยากาศธรรมชาติ สายน้ำขุนเขา
ภาพบรรยากาศการพบกันของเพื่อนๆ เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ ที่เรือนแพธารทิพย์ ทะเลสาปก้อ วนอุทยานแม่ปิง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

ตากล้องมืออาชีพ อิอิ
ร้องเพลงนกน้อยในไร่ส้ม

พระเอกของงานคราวนี้ต้องยกให้คุณหมออรรณพ ท่านปอศอจอคนใหม่ เหนือความคาดหมาย ซึ่งหมอดุลย์เขียนกลอนว่า
เพื่อนก้าวไป ดังใจ ที่มุ่งหวัง
เปี่ยมพลัง ตั้งจิต ที่หมั่นหมาย
จงก้าวไป ด้วยท่วงที ที่พริ้งพราย
เพื่อนทั้งหลาย พลอยยินดี ที่เจริญ
คุณอรรณพ เสือกระจ่าง กระจ่างแล้ว
ที่เพื่อนแก้ว ก้าวไป ได้สรรเสริญ
ปอศอจอ คนใหม่ ให้จำเริญ
ขอชวนเชิญ ปรบมือให้ จากใจจริง
เนื่องจากภาพมีจำนวนมากผมก็ย่อส่วนคัดแบ่งเป็น 4ชุด ลองคลิกไปดูนะครับ มีอะไรจะแนะนำก็เชิญครับ

ภาพชุดแรกผมนำขึ้นเป็นชุดตอนกลางวันตั้งแต่เดินทางเข้าเขตอำเภอลี้จุดนัดหมายเป็นภาพที่ขนาดใหญ่อาจจะโหลดได้ช้า คลิกที่นี่ครับ

ภาพชุดที่ ๒ ครับบนแพกลางคืน คลิกดูเลยครับ

ภาพชุดที่ ๓ ขากลับจากแก่งสร้อยขึ้นฝั่งแยกย้ายกลับบ้าน

และภาพชุดหวานซึ้งจากฝีมือลั่นชัตเตอร์หมอดวงจันทร์ครับผม

คนกอดมีรอยยิ้มเนาะ คนถูกกอดทำเขิน อิอิอิ
วันนี้หมอแสงวรรณ์มาแวะที่ร้าน เอาเอสดีการ์ดมาให้บอกว่าช่วยส่งให้หมอโชตินรินทร์หน่อย มีภาพน่ารักๆสดใส สายัญเขาขอมาว่างั้นคลิกชมและโหลดเอาไปใช้ได้เลยครับพร้อมกีบวิวสวยๆของแมกไม้ขุนเขา ซอกลืบหินผา หินงอกหินย้อย ถ้าจะดูเพิ่มทั้งชุดคลิกที่ข้อความหรือที่รูปก็ได้ครับ

อ่อ...แล้วอย่าลืมแวะไปฟังเพลงนกน้อยในไร่ส้มกับ รับพรพระที่เวบของคุณหมอต้นด้วยนะครับ.>>คลิกที่นี่>>

วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ขอแสดงความยินดีกับท่านปศจ.คนใหม่...


จากหมอจ่า
สัตวแพทย์รุ่น 49 เชียงใหม่ กรมปศุสัตว์ ขอแสดงความยินดีกับหมออณรรพ เสือกระจ่าง หัวหน้าด่านฯอุตรดิตถ์ ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปศุสัตว์จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อนๆดีใจด้วยครับ

วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ความคิดเห็นจาก...

..หมอชายน้อย..
โทรมาแจ้งว่า..เพื่อนๆที่เดินทางผ่านถึงเชียงใหม่เย็นๆที่ สสอ.5 มีงานเลี้ยงรับท่านปศุสัตว์เขตคนใหม่ คุณหมอเล็ก(น.สพ.ไพโรจน์ เองแสงชัย)เย็นวันที่ 10 ธันวาคม 2553 ใครสนิทคุ้นเคยก็ไปร่วมต้อนรับครับ ก่อนจะเลยไปก้ออ ลำพูน
..หมอจ่าครับ...
..ดีใจมากๆครับที่เพื่อนสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์ รุ่น 49มีใจสามัคคี รักกัน หมออินทรและคู่ชีวิตสงสัยจะเหนื่อย หมอน้อย(สุพล ปานพาน)ก็เหนื่อยเพราะต้องช่วยด้าน ไอ ที (ครับ เพ้อเจ้อไปมากแล้ว)นักเรียนสัตวแพทย์ กรมปศุสัตว์ รุ่น 49 มาร่วมพลังสามัคคี ทำบุญให้เพื่อน ๆและมีชีวิตที่ดีของท่านและครอบครัว ต่อไป

วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ข่าวด่วนจากอินทอน ไชยมาลา


รายการแพ็คเก๊ตทัวร์ ครอบครัวสัตวแพทย์ ๔๙ ทุกท่าน เราจะพาท่านลงแพสำราญ ล่องแม่น้ำปิงอุทยานแห่งชาติแม่ปิง กราบนมัสการองค์พระธาตุแก่งสร้อย สถานที่สำคัญต่างๆและร่วมบริจาคเสื้อผ้า ผ้าห่มขนม หนังสือการ์ตูน ให้กับนักเรียนที่โรงเรียนแพก้อ (นักเรียน ชาวเขายากจนไม่มีที่เรียนตั้งโรงเรียนบนแพ ขอเพื่อนๆช่วยนำเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้ สภาพดีหรือหนังสือการตูน อื่นๆ) ท่านจะได้พักผ่อน ท่ามกลางธรรมชาติ สายน้ำ สายลม สายหมอก หุบเขา ดื่มด่ำกับบรรยากาศ ที่ท่านประทับใจจนลืมไม่ลง พร้อมอาหารเลิศรสจากกุ๊กฝีมือการันตีด้วยโล่ประกาศกิติคุณ ประกวดอาหารอันดับ ๒ ของเชียงใหม่
กิจกรรม
เวลา ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. ทำบุญถวายสังฆทานให้เพื่อนๆที่เสียชีวิตไปแล้วที่วัดพระธาตุ ๕ ดวง ซึ่งเป็นจุดรวมพล เสร็จจากถวายสังฆทานเวลาประมาณ ๑๔.๐๐ น.ออกเดินทางไปลงแพเวลา ๑๕.๐๐-๑๖.๐๐น.
หมายเหตุ
ขอเพื่อนๆทุกคนกรุณาเดินทางมาถึง ท่าลงแพตามกำหนดเวลาด้วยนะครับ เวลา สี่โมงเย็นครับ โทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ หนั่น อินทอน ไชยมาลา ๐๘๑-๙๕๑๓๑๐๙ และที่อี๋ ชัยวัฒน์ ศรีทองอินทร์ โทร ๐๘๑-๙๙๒๒๒๐๕

วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การเดินทางไปกราบครูบาชัยยะวงศาพัฒนาที่วัดพระบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน

ไปงานพบปะกันที่ลี้ ต้องไม่ลืมไปที่นี่ด้วยนะครับ ไม่ไปหรือเจ้าภาพไม่พาไปโกรธมากเลย

ภาพการเดินทางไปกราบครูบาชัยยะวงศาพัฒนาที่วัดพระบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน สรีระสังขารของครูบาวงศ์ท่านยังคงสภาพเดิมอย่างงดงามไม่เน่าเปื่อย เมื่อครั้งหลวงปู่ยังมีชีวิต ท่านได้ชื่อว่าเป็นครูบาอาจารย์รูปหนึ่งที่มีพระธาตุมาก และ ในพระวิหารของครูบาวงศ์นี้ก็มีพระธาตุอยู่มากมายให้พวกเราได้กราบและชื่นชม


ตู้พระธาตุของครูบาชัยยะวงศาพัฒนา มีทั้งหินพระธาตุที่มีพระธาตุของพระปัจเจกพุทธเจ้า และ พระอรหันตธาตุฝังอยู่ พระธาตุพระสีวลี และ พระอรหันตธาตุองค์อื่นๆอีกมากมาย

จะสังเกตุเห็นได้ว่าหินพระธาตุที่แกะสลักเป็นรูปพระสมเด็จนั้น องค์พระธาตุงอกขาวคลุมเต็มไปหมดอย่างชัดเจน

องค์พระธาตุพระสีวลีงอกออกมามากมายเห็นเป็นก้อนขาว

จะเห็นได้ว่าองค์พระธาตุมีลักษณะเป็นชั้นๆซ้อนกันอยู่ซึ่งก็คือลักษณะการงอกเพิ่มขนาดขององค์พระธาตุที่จะขยายออกด้วยก็งอกเป็นชั้นๆอย่างที่เห็นได้ในภาพ


รอยพระพุทธบาทห้วยต้ม ในวิหารครอบรอยพระพุทธบาท ที่ครูบาชัยวงศาพัฒนาใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 34 ปี

ตามประวัติกล่าวว่า เมื่อครั้งพุทธกาล สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปโปรดเวไนยสัตว์ในที่ต่างๆ ครั้งหนึ่งพระองค์เสด็จมาถึงดงไม้ตาลแล้วขึ้นประทับบนจอมดอยแห่งหนึ่ง เรียกว่าดอยนางพี่ได้ประทานพระเกศาธาตุ 1 เส้นให้พวกละว้าที่มาเฝ้าอยู่ ณ ที่นั้นบรรจุไว้ในพระเจดีย์ ต่อมาเรียกว่า ดอยนางนอนจอมแจ้ง (เพราะเสด็จมาถึงที่นั่นตอนรุ่งเช้า) ต่อมามีพญาเมืองเถิน พ่อฤาษีและหมอพรานอีก 8 คนหาบเนื้อสดเดินมาพบเข้าไม่มีอะไรจะถวายจึงเอาเนื้อมาถวาย พระพุทธองค์ก็ไม่ฉันพวกพรานจึงเอาเนื้อไปกองรวมกันไว้ พวกละว้าที่อยู่ในบริเวณนั้นจึงไปต้มข้าวมาถวาย สมเด็จพระจอมไตรจึงทรงรับมาฉันและให้ศีลให้พรพวกละว้า พระพุทธองค์จึงทรงประทับรอยพระบาทไว้และทรงรับสั่งว่า "ถ้าผู้ใดปฏิบัติได้ตามที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนก็เหมือนอยู่ใกล้ ถ้าไม่ปฏิบัติก็เหมือนอยู่ไกล" จากนั้น จึงทรงประทานนามที่นั่นว่า "ห้วยต้มข้าว" ต่อมาเรียกเพี้ยนมาเป็น "ห้วยต้ม" ซึ่งเป็นชื่อวัดพระพุทธบาทห้วยต้มในปัจจุบัน

พระเจดีย์สำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุภายในวัด

บ้านห้วยต้มเป็นหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอหรือกะเหรี่ยงทั้งหมด 600 หลังคาเรือนมีคนอาศัยอยู่เกือบ 3,000 คนซึ่งพวกเขาได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านห้วยต้มเมื่อปี 2514 หลังจากที่ราชการ สร้างเขื่อนยันฮี หรือ เขื่อนภูมิพล ขึ้น ชาวเขาเหล่านี้ไม่มีที่ทำกิน การอพยพเข้ามาอยู่ในระยะแรกมีความยากลำบากมาก เพราะพื้นที่บางส่วนเป็นหินศิลาแลง และสภาพทั่วไป มีความแห้งแล้ง ชาวกะเหรี่ยงบางคนไม่สามารถทนอยู่ได้ต้องอพยพไปอยู่ในที่ใหม่ พวกที่ทนอยู่ได้ก็ตั้งหน้าทำงานต่อสู้กับอุปสรรคอันแห้งแล้งของธรรมชาติ

ครูบาชัยยะวงศาพัฒนาหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ครูบาวงศ์ ท่านเป็นผู้หนึ่งซึ่งมีส่วนสำคัญในฐานะที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านห้วยต้ม ท่านสามารถสอนธรรมะให้กับชาวเขาทั้งหมดในหมู่บ้านเลิกฆ่าสัตว์เพื่อกินเนื้อ และ เป็นผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิดตามอย่างครูบาวงศ์ นอกจากนั้นท่านยังเป็นพระนักพัฒนาและนักก่อสร้างอีกด้วย ชีวิตในวัยเยาว์ของท่านมีความลำบากยากแค้น ท่านเคยเล่าว่าเมื่อายุประมาณ 3 ขวบท่านชอบเอาดินมาปั้นแต่งเป็นบ้าน ปั้นวัว ปั้นควายและพระพุทธรูป เอาข้าวเปลือกมตบแต่งเป็นพระเนตรแล้วก็กราบไหว้เอง จนเมื่ออายุได้ประมาณ 6 ปีพอที่จะช่วยโยมพ่อทำงานได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งโยมพ่อพาลูกๆออกไปทำไร่ โยมแม่ได้นำอาหารกลางวันมาส่งให้ หลังจากที่กินอาหารเรียบร้อยแล้วโยมพ่อจึงอบรมสั่งสอนลูกๆว่า "ตอนนี้พ่อแม่ก็อดลูกทุกคนก็อดแต่ทุกคนอย่าท้อแท้ใจ ค่อยทำบุญไปเรื่อยๆ บุญมีภายหน้าก็จะสบาย"


บริเวณพระเจดีย์ชเวดากอง(จำลอง) ที่ครูบาชัยยะวงศาท่านได้ริเริ่มก่อสร้างขึ้น พระเจดีย์นี้มีความงดงามอย่างยิ่งพรั่งพร้อมไปด้วยศรัทธาของชาวบ้านที่จัดเวรยามเฝ้าพระเจดีย์อย่างดีและคอยเตือนให้สาธุชนที่จะเข้าไปกราบพระธาตุเจดีย์ไม่นำเนื้อสัตว์และเครื่องดองของเมาใดๆเข้าไปในเขตพระเจดีย์อย่างเข้มแข็ง

ความงดงามในยามเย็นที่เราได้เข้าไปกราบพระธาตุเจดีย์อันงดงามที่ประดิษฐานอยู่ท่ามกลางป่าเขาอันห่างไกล แต่เปี่ยมไปด้วยศรัทธาจากเหล่าสาธุชนที่ได้มาร่วมก่อสร้างพระเจดีย์แห่งนี้ ดังที่จะเห็นได้จากความงดงามที่ไม่อาจบรรยายได้เป็นตัวอักษร ที่เห็นอยู่นี้ ยังความปลื้มปิติ และ ความสุขอันสงบยิ่งในใจของทุกคนที่ได้มาเยือนวัดพระบาทห้วยต้มในครั้งนี้